CChocoMoji
หน้าแรกความรู้สัตว์เลี้ยงโรคและสุขภาพลูกแมวซึม ไม่กิน ขนร่วง เม็ดเลือดขาวต่ำ ไข้หัดแมวฉวยโอกาสไว ลูกแมวรอดยาก

ลูกแมวซึม ไม่กิน ขนร่วง เม็ดเลือดขาวต่ำ ไข้หัดแมวฉวยโอกาสไว ลูกแมวรอดยาก

Feline Panleukopenia

แมวโรค

ไข้หัดแมวหรือโรคเม็ดเลือดขาวต่ำในแมว (feline panleukopenia) เป็นโรคไวรัสที่รุนแรง ติดต่อง่าย และคร่าชีวิตลูกแมวได้ในเวลาไม่กี่วัน บทความนี้จะช่วยให้รู้เส้นทางการติดเชื้อ อาการที่ต้องจับตา และเหตุผลที่วัคซีนรวมสำหรับแมวคือตัวช่วยชีวิตที่สำคัญที่สุด

แมวที่ป่วยกำลังนอนพักรักษาตัวพร้อมสายน้ำเกลือ
ภาพ: File:Sick cat installing a catheter.jpg · CC BY-SA 3.0 · Ariel Palmon

ไข้หัดแมวคืออะไร มาจากไหน

ไข้หัดแมว หรือชื่อทางการว่า โรคเม็ดเลือดขาวต่ำในแมว (feline panleukopenia) เกิดจากไวรัส FPLV ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มคาร์นิวอร์ โปรโตพาร์โวไวรัส 1 (CPPV-1) ไวรัสทำให้เกิดโรคในสัตว์ตระกูลแมวทั้งที่เลี้ยงและในป่า พบได้ทั่วโลก ทำให้เกิดอาการในระบบทางเดินอาหาร ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบประสาท และทำให้เม็ดเลือดขาวในเลือดลดต่ำลงอย่างมาก จึงเป็นที่มาของชื่อ panleukopenia ที่แปลว่า เม็ดเลือดขาวต่ำ

ไวรัสนี้ทนทานต่อความร้อนและน้ำยาฆ่าเชื้อหลายชนิด อยู่บนพื้นผิว จาน ชาม และเสื้อผ้าได้นานหลายเดือน และติดต่อผ่านอุจจาระ ปัสสาวะ น้ำมูก น้ำลายของแมวที่ติดเชื้อ ลูกแมวและแมวที่ยังไม่ฉีดวัคซีนคือกลุ่มเสี่ยงสูงสุด ต้องแยกทันทีเมื่อสงสัย

อาการและระยะของโรค

  • ซึมลงเรื่อย ๆ เบื่ออาหาร ไม่ยอมเล่น ไม่ตอบสนองเหมือนเดิม
  • อาเจียนและท้องเสีย อาจมีเลือดปน กลิ่นเหม็นรุนแรง
  • มีไข้ขึ้น ๆ ลง ๆ และขนร่วง ดูไม่สดชื่น
  • เม็ดเลือดขาวต่ำจนภูมิคุ้มกันพัง ทำให้ติดเชื้อแทรกซ้อนง่าย
  • ลูกแมวที่ติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในท้องแม่อาจมีอาการทางระบบประสาท เช่น เดินเซ ตัวสั่น
ระยะเวลาสิ่งที่เห็น
ฟักตัว2–14 วัน หลังติดเชื้อยังไม่มีอาการ แต่เริ่มขับไวรัสออกมา
เริ่มแสดงอาการวันที่ 3–7ซึม เบื่ออาหาร มีไข้
อาการเต็มขั้นหลังนั้นอาเจียน ท้องเสีย เม็ดเลือดขาวต่ำมาก เสี่ยงช็อก
ฟื้นตัว1–2 สัปดาห์ หลังเริ่มรักษาต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง กลับมามีเม็ดเลือดขาวปกติ

รักษาและป้องกันอย่างไร

เมื่อสงสัย
  1. แยกแมวที่สงสัยออกจากแมวตัวอื่นทันที พร้อมแยกจาน ชาม และกระบะทราย
  2. พาไปโรงพยาบาลสัตว์ทันทีพร้อมประวัติวัคซีนและการสัมผัสแมวตัวอื่น
  3. ให้สัตวแพทย์รักษา ซึ่งเน้นการให้สารน้ำ ควบคุมอาเจียนและท้องเสีย และดูแลการติดเชื้อแทรกซ้อน เพราะไม่มีตัวยาฆ่าไวรัสโดยตรง
  4. ทำความสะอาดที่อยู่ด้วยน้ำยาที่ฆ่าไวรัสได้ และทิ้งของใช้ที่ปนเปื้อนอุจจาระอย่างถูกวิธี
  5. ฉีดวัคซีนรวมให้แมวทุกตัวตามกำหนด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันก่อนสัมผัสไวรัส
การป้องกันคือหัวใจสำคัญ วัคซีนรวมสำหรับแมวครอบคลุมไข้หัดแมว ควรเริ่มฉีดลูกแมวอายุประมาณ 8–9 สัปดาห์ แล้วฉีดกระตุ้นตามคำแนะนำสัตวแพทย์ และฉีดประจำปีต่อเนื่องเพื่อรักษาระดับภูมิคุ้มกัน

ความเชื่อที่อาจทำให้สายเกินไป

ความเชื่อ: แมวเลี้ยงในบ้านไม่ต้องฉีดวัคซีนไข้หัดก็ได้ เพราะไม่ออกไปเจอใคร

ความจริง: ไวรัสติดต่อผ่านสิ่งของที่เรานำเข้าบ้านได้ เช่น รองเท้า เสื้อผ้า หรือแมวตัวอื่นที่มาอาศัย แมวในบ้านจึงยังเสี่ยงติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว ควรฉีดวัคซีนเช่นกัน

ตัวอย่างจากคลินิก

แมวพันธุ์ไทยวัย 4 เดือนเริ่มซึมและไม่กินอาหาร เจ้าของเห็นว่ายังร่าเริงบ้างจึงรอดู 2 วัน วันที่สามแมวอาเจียนและถ่ายเหลวปนเลือด ตรวจพบไข้หัดแมวและเม็ดเลือดขาวต่ำมาก แม้รักษาแบบเข้มข้นก็ไม่รอด นี่คือเหตุผลที่ไม่ควรปล่อยให้ลูกแมวมีอาการซึมผิดปกติไว้นาน

สรุปสิ่งที่ต้องจำ

ไข้หัดแมวคือโรคที่ป้องกันได้ดีที่สุดด้วยวัคซีน แต่เมื่อเป็นแล้วไม่มีทางรักษาด้วยยาตรง ๆ และลูกแมวที่ไม่ได้รับการรักษาแทบไม่รอด แมวที่ซึม อาเจียน ถ่ายเหลว และเม็ดเลือดขาวต่ำต้องพบสัตวแพทย์อย่างเร่งด่วนเสมอ

แมวที่รอดชีวิตจากไข้หัดแมวจะหายจากการติดเชื้อได้ แต่แมวตัวเมียที่ติดเชื้อช่วงตั้งท้องอาจแท้งหรือคลอดลูกแมวที่มีความผิดปกติของสมอง ควรวางแผนการทำหมันและฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วน
เรื่องน่ารู้: ไข้หัดแมวเกิดจากไวรัส feline panleukopenia virus (FPLV) ในกลุ่มคาร์นิวอร์ โปรโตพาร์โวไวรัส 1 (CPPV-1) ไวรัสทนทานมาก อยู่รอดบนพื้นผิวได้นานเป็นเดือนและติดต่อง่ายผ่านสิ่งของ การฉีดวัคซีนรวมให้ลูกแมวคือการป้องกันที่ได้ผลที่สุด

คำถามพบบ่อย

ไข้หัดแมวติดต่อมาถึงคนไหม?

ไม่ติดต่อสู่คน แต่ติดต่อระหว่างแมวด้วยกันได้ง่ายมากผ่านอุจจาระ น้ำลาย น้ำมูก และสิ่งของที่ปนเปื้อน

ฉีดวัคซีนแล้วจะติดไข้หัดแมวไหม?

วัคซีนรวมที่ฉีดครบและกระตุ้นสม่ำเสมอให้การป้องกันในระดับสูงมาก แต่แมวที่ฉีดไม่ครบหรือหยุดกระตุ้นนานก็ยังเสี่ยงได้

แมวโตที่ฉีดวัคซีนครบจะรอดถ้าเป็นไหม?

โอกาสรอดสูงกว่าและอาการมักเบากว่าเมื่อเทียบกับลูกแมว แต่การรักษายังต้องเข้มข้นและเร็ว แมวโตที่ขาดวัคซีนก็เสี่ยงรุนแรงเช่นกัน

ต้องแยกแมวป่วยจากแมวตัวอื่นนานแค่ไหน?

ควรแยกจนกว่าสัตวแพทย์ยืนยันว่าแมวหายและหยุดขับไวรัสแล้ว และทำความสะอาดพื้นที่อย่างทั่วถึง เพราะไวรัสอยู่รอดในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายเดือน

แหล่งอ้างอิง

AVMA — Feline Panleukopenia

คาร์นิวอร์ โปรโตพาร์โวไวรัส 1 — วิกิพีเดียภาษาไทย